แนะ ปีใหม่ ลด เลี่ยง กินเค้ก คุกกี้ แต่พอดี

กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข แนะปีใหม่ ลด-เลี่ยง กินเค้ก คุกกี้ ในปริมาณที่มากเกินไป หวั่นรับน้ำตาล แป้ง ไขมัน สูง เสี่ยงอ้วนลงพุง ความดันโลหิตสูงเบาหวาน และหัวใจและหลอดเลือด นายแพทย์อรรถพล แก้วสัมฤทธิ์ รองอธิบดีกรมอนามัย เปิดเผยว่า ขนมเค้ก คุกกี้ นับเป็นของขวัญที่ผู้คนนิยมมอบให้กันในช่วงเทศกาลปีใหม่ และด้วยรสชาติที่อร่อยถูกใจอาจทำให้หลาย ๆ คนเพลิดเพลินกับการกินขนมหวานเหล่านี้

ซึ่งที่จริงแล้วการกินขนมเค้ก คุกกี้ ตลอดจนช็อกโกแลตและขนมหวานอื่น ๆ นั้นจะต้องระมัดระวังและกินแต่พอดี เพราะหากกินในปริมาณที่มากเกินไปติดต่อกันเป็นประจำโดยไม่มีการควบคุม จะทำร่างกายได้รับ น้ำตาล แป้งและไขมันมากเกินไปส่งผลให้เกิดโรคต่าง ๆ ตามมา เช่น อ้วนลงพุงความดันโลหิตสูงเบาหวาน หัวใจและหลอดเลือด “ขนมเค้กจะมีส่วนประกอบ 2 ส่วน คือ เนื้อเค้กกับหน้าเค้ก ซึ่งเนื้อเค้กจะมีส่วนผสมทั้งไข่ เนย แป้ง และน้ำตาล มักเสียง่ายหากเก็บไว้ในที่ร้อนหรือเก็บไว้ในอุณหภูมิที่ไม่เหมาะสม สำหรับหน้าเค้กส่วนใหญ่จะทำด้วยไขมันและน้ำตาล ถึงแม้ว่าจะเสียยากกว่าตัวเนื้อเค้กแต่หากเก็บไว้นานอาจเหม็นหืนและมีเชื้อราขึ้นได้ จึงควรแบ่งปันแจกจ่ายกินให้หมดทันทีหรือกินตามวันหมดอายุที่ได้ระบุไว้ ที่สำคัญควรกินชิ้นเล็ก ๆ ควบคุมปริมาณการกิน ระมัดระวังไม่กินมากเกินไปและหมั่นออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เพื่อลดการสะสมของไขมันและลดปัจจัยเสี่ยงของโรคอ้วนลงพุง” รองอธิบดีกรมอนามัย กล่าว
ทางด้านแพทย์หญิงนภาพรรณ วิริยะอุตสาหกุล ผู้อำนวยการสำนักโภชนาการ กรมอนามัย กล่าวเสริมว่า การกินขนมหวาน ประเภทเค้ก คุกกี้ควรกินในปริมาณที่พอเหมาะ เนื่องจากมีส่วนผสมที่ทำมาจากแป้ง น้ำตาล เนย ไข่ หากกินปริมาณที่มากเกินไปก็จะส่งผลให้น้ำหนักตัวเพิ่มได้ง่าย เพราะขนมเค้ก 1 ชิ้นเล็ก ที่มีขนาด 35 กรัม ให้พลังงาน 140 กิโลแคลอรี ในขณะที่คุกกี้ 1 ชิ้น ที่มีขนาด 10 กรัม ให้พลังงาน 50 กิโลแคลอรี ดังนั้น หากกินเค้กติดต่อกัน ในปริมาณ 1 ปอนด์ต่อวัน จะทำให้ร่างกายได้รับพลังงานถึง 1,800 กิโลแคลอรี ทำให้ร่างกายได้รับพลังงาน จากเค้กอย่างเดียวเกือบเท่ากับที่ร่างกายต้องการพลังงานจากอาหารอื่น ๆ วันละ 1,600- 2,000 กิโลแคลอรี แต่ได้รับสารอาหารไม่ครบถ้วน แถมยังได้รับแต่น้ำตาลและไขมันซึ่งทำให้เกิดโรคอ้วนและโรคไม่ติดต่อเรื้อรังตามมา. ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ thaihealth

  • |